เปิดบริษัทต้องทำอะไรบ้าง = สิ่งที่ผู้ประกอบการควรรู้

เปิดบริษัทต้องทำอะไรบ้าง

สิ่งที่ผู้ประกอบการควรรู้เมื่อเปิดบริษัท  ซึ่งหน้าที่เกี่ยวกับการบันทึกบัญชี  นำส่งภาษี และผลประกอบการต่างๆ ให้หน่อยงานราชาการตามที่กฎหมายกำหนด  ซึ่งหลายๆ ครั้งผู้ประกอบการอาจจะละเลยหรือไม่เข้าใจในการปฏิบัติตามข้อกฎหมายต่างๆ  จนนำมาสู่การเสียค่าปรับจนทำให้บริษัทเสียหายเป็นจำนวนมาก  และต้องหยุดประกอบกิจการไปในที่สุด

ในแต่ละปีบริษัทต้องจัดทำบัญชีและภาษี พร้อมทั้งนำส่งผลประกอบการของบริษัท ดังนี้

  1. บันทึกบัญชี
    • ทุกครั้งที่เกิดรายการค้า  โดยการบันทึกบัญชีนั้นจะแยกเป็นหมวดหมู่และประเภทบัญชีหลัก  (แยกตามหมวดหมู่ : สินทรัพย์  หนี้สิน  ทุน  รายได้ และค่าใช้จ่าย)  (แยกตามประเภทบัญชี เช่น เงินสด  เงินฝากธนาคาร เจ้าหนี้การค้า ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย รายได้รับล่วงหน้า  ต้นทุนผลิต  ต้นทุนขาย  เงินเดือน  เป็นต้น)
  2. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
    • เมื่อมีการจ่ายค่าจ้าง  ค่าบริการ ที่เข้าเงื่อนไขตามมาตรา 3 เตรส และ ตามมาตรา 50(1) (2) (3)  โดยบริษัทจะต้องออกหนังสือรับรองการหัก ณ  ที่จ่าย ตามมาตรา 40 ทวิ แหล่งประมวลรัษฏากร ด้วย  ตัวอย่างเช่น เช่าขนส่ง ให้หัก ณ ที่จ่าย 1% จากยอดค่าขนส่ง , ค่าโฆษณาต่างๆ หัก ณ ที่จ่าย 2% , ค่าจ้าง ค่าบริการ ให้หักภาษี ณ ที่จ่าย 3% , ค่าเช่า ให้หักภาษี ณ ที่จ่าย 5%  ซึ่งยอดที่จะนำมาคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายต้องเป็นยอดก่อน VAT เท่านั้น เป็นต้น  โดยมูลค่าภาษีที่หัก ณ ที่จ่ายไว้  บริษัทจะต้องทำรายละเอียดตามเงื่อนไขการยื่นแบบภาษี ภ.ง.ด.1 ภ.ง.ด.3 ภ.ง.ด.53 แล้วแต่กรณี  ซึ่งจะต้องนำส่งภาษีภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป ณ สรรพากรพื้นที่สาขาหรือยื่นผ่าน www.rd.go.th
  3. ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ ประกันสังคม
    • ภาษีมูลค่าเพิ่ม(VAT)  ในกรณีที่กิจการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและขายสินค้าหรือให้บริการที่อยู่ในเกณฑ์ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม  บริษัทจะต้องเรียกเก็บค่าภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7 ของยอดขายหรือยอดที่ให้บริการ  เช่น  ขายสินค้า 100 บาท  บริษัทต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 บาท เก็บลูกค้า  โดยบิลขายที่เปิดจะต้องมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 107 บาท เป็นต้น  ซึ่งภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 บาทนั้นบริษัทจะต้องนำส่งภาษีให้กรมสรรพากร  ตามเกณฑ์ที่สรรพากรกำหนด  ซึ่งจะต้องนำส่งภาษีภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ณ สรรพากรพื้นที่สาขาหรือยื่นผ่าน www.rd.go.th
    • ภาษีธุรกิจเฉพาะ คือ ภาษีที่เก็บจากกิจการบางประเภทที่กฎหมายกำหนดเป็นกรณีพิเศษแยกจากภาษีมูลค่าเพิ่ม (จะไม่ซ้ำซ้อนกับภาษีมูลค่าเพิ่ม)  กิจการเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ  เช่น  ธนาคาร  โรงรับจำนำ  ธุรกิจประกันชีวิต  ขายอสังหาริมทรัพย์  ซึ่งอัตราภาษีจะแตกต่างกันไปตามประเภทธุรกิจและประเภทรายได้  ซึ่งจะต้องนำส่งภาษีภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ณ สรรพากรพื้นที่สาขาหรือยื่นผ่าน www.rd.go.th
    • ประกันสังคม  เมื่อบริษัทมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป  นายจ้างจะต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนให้กับลูกจ้างภายใน 30 วัน  และนายจ้างจะต้องหักเงินจากลูกจ้างเพื่อนำส่งเงินเข้ากองทุนประกันสังคมร้อยละ 5 ของเงินเดือน (คำนวณจากฐานเงินเดือนตามจริงแต่สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท)  เช่น  ลูกจ้างเงินเดือน 20,000 บาท  บริษัทจะใช้ฐานในการคิดเงินประกันสังคมที่ 15,000 บาท  ดังนั้นเงินประกันสังคมจะต้องถูกหักจากเงินเดือน 750 บาท (เงินสุทธิที่ลูกจ้างได้รับ 19,250 บาท (20,000-750)   ตามมาตรา 33 และนายจ้างต้องจ่ายสมทบอีก 1 เท่าของผู้ประกันตนให้กับลูกจ้าง คือ 750 บาท  โดยเงิน 2 ส่วนนี้ (นายจ้าง 750 และลูกจ้าง 750 รวมเป็น 1,500 บาท) บริษัทจะต้องจัดทำเอกสารตามแบบ สปส.1-10 ส่วนที่ 1 และส่วนที่ 2 เพื่อนำส่งแบบดังกล่าวให้ประกันสังคม  ซึ่งปัจจุบันบริษัทสามารถนำส่งแบบและชำระเงินกองทุนประกันสังคม สปส.1-10 ผ่านธนาคาร กรุงไทย กรุงศรี ทุกสาขา  ซึ่งจะต้องนำส่งภาษีภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป  ยื่นที่ประกันสังคมพื้นที่ของที่ตั้งกิจการหรือ www.sso.go.th
  4. ภาษีกลางปี (ภ.ง.ด.51)
    • ภ.ง.ด.51 คือ แบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี (6 เดือน)  โดยบริษัทจะต้องประมาณการรายได้ทั้งปีหักกับรายจ่ายทั้งปี  เพื่อให้เห็นผลกำไรจากการประกอบกิจการที่คาดว่าจะเกิดขึ้นภายในปี  และนำกำไรสุทธิมาหารเฉลี่ยให้เหลือครึ่งปี  เพื่อคำนวณเสียภาษีครึ่งปี  เป็นการแบ่งเบาภาระตอนปลายปี  อย่างไรก็ตามหากกิจการประมาณการขาด(ต่ำไป)เกินกว่าร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิในรอบปีที่เกิดขึ้นจริง  โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร  กิจการจะ้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 20 ของภาษีที่ชำระไว้ขาด  กิจการจะต้องนำส่งแบบภาษี ภ.ง.ด.51 รายใน 2 เดือน นำจากครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี ณ สรรพากรพื้นที่สาขาหรือยื่นผ่าน www.rd.go.th เช่น  กิจการปิดรอบระยะเวลาบัญชีทุกวันที่ 31 ธันวาคม  กิจการต้องนำส่งแบบภาษี ภ.ง.ด.51 ภายในวันที่ 31 สิงหาคมของทุกปี (ครึ่งรอบระยะเวลาบัญชีคือวันที่ 30 มิถุนายน)
  5. ภาษีประจำปี (ภ.ง.ด.50)
      • ภ.ง.ด.50 คือ แบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี  ซึ่งผู้ประกอบการที่เป็นนิติบุคคลที่มีรายได้จากการขายสินค้าหรือบริการจะต้องนำรายได้และรายจ่ายมาแสดงในแบบภาษี  และนำมาคำนวณภาษีตามเกณฑ์และเงื่อนไขต่างๆ ที่ประมวลรัษฏากรได้กำหนดไว้  เพื่อแสดงกำไรสุทธิตามเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนดไว้  และคำนวณเพื่อเสียภาษีตามเงื่อนไขขนาดของกิจการ  โดยกิจการจะต้องนำส่งแบบและชำระภายภาษีภายใน 150 วันนับจากวันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีของกิจการ ณ สรรพากรพื้นที่สาขาหรือยื่นผ่าน www.rd.go.th
  6. งบการเงิน
    • งบการเงิน คือ รายงานทางการเงินและบัญชีที่มีแบบแผน  เพื่อแสดงฐานะทางการเงิน  ผลการดำเนินงาน และกระแสเงินสดของกิจการในแต่ละงวดบัญชี  ซึ่งโดยปกติ งบการเงินจะประกอบด้วย 5 ส่วน  คือ 1) งบแสดงฐานะทางการเงิน หรือ งบดุล  2) งบกำไรขาดทุน   3) งบกระแสเงินสด (โดยส่วนใหญ่กิจการ SME ไม่ต้องแสดง)  4)งบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของ  5) หมายเหตุประกอบงบการเงิน  โดยกิจการจะต้องนำส่งงบการเงินให้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ภายใน 5 เดือน นับตั้งแต่วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี ยื่นแบบ www.dbd.go.th
  7. ใบสรุปการจ่ายเงินเดือน
    • ใบสรุปการจ่ายเงินเดือน  ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ
      • แบบภาษี ภ.ง.ด.1 ก  คือ แบบสรุปรายการเงินได้และภาษีในแบบ ภ.ง.ด.1 ทั้งปี (ตั้งแต่ ม.ค.-ธ.ค.)  โดยจะต้องแสดงเงินได้และภาษีรวมที่จ่ายทั้งปีเป็นรายบุคคล ซึ่งจะต้องนำส่งภาษีภายในสิ้นเดือน ก.พ. ของปีถัดไป ณ สรรพากรพื้นที่สาขา  โดยไม่ต้องเสียภาษีเพิ่ม ณ สรรพากรพื้นที่สาขาหรือยื่นผ่าน www.rd.go.th
      • แบบ กท.20 ก  คือ  กองทุนเงินทดแทน  เป็นกองทุนที่นายจ้างเป็นผู้จ่ายเงินสมทบเป็นรายปีให้กับสำนักงานประกันสังคม  ซึ่งนายจ้างแต่ละกิจการจะจ่ายเงินสมทบไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของประเภทธุรกิจที่กิจการประกอบการอยู่และได้จดแจ้งกับประกันสังคมเอาไว้  ซึ่งกองทุนเงินทดแทนจะใช้ในกรณีที่ลูกจ้างเจ็บป่วย  ประสบอุบัติเหตุ  ทุพพลภาพหรือเสียชีวิตจากการทำงานให้นายจ้างเทานั้น  โดยประกันสังคมจะให้กิจการช่วยกรอกแบบข้อมูลสำหรับใช้ในการคำนวณเงินที่จะต้องจ่ายเข้ากองทุนตามแบบแสดงเงินค่าจ้างประจำปีกองทุนเงินทดแทน (กท.20 ก) โดยกิจการจะต้องกรอกข้อมูลและส่งกลับภายในเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไป ยื่นที่ประกันสังคมพื้นที่ของที่ตั้งกิจการหรือ www.sso.go.th

 

เรามีผู้เชี่ยวชาญและชำนาญงานด้านบัญชีและภาษีที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี  และมีผู้สอบบัญชีควบคุมงานบัญชี  ทำให้ลูกค้ามั่นใจถึงความเชื่อมั่นในงานด้านบริการของเรา  และให้เราอยู่เคียงข้างทุกการเติบโตของลูกค้ามายาวนาน  สนใจให้เราดูแลบัญชี  สามารถติดต่อได้ที่

บริษัท  สบายใจการบัญชี  จำกัด

มือถือ: 094-549-8105
LINE ID : @gladness.acc
E-mail : gladness.acc@gmail.com

 

รับทำบัญชี  บริษัทรับทำบัญชี  สำนักงานบัญชี  บริษัทรับตรวจสอบบัญชี  วางแผนภาษี  เปิดบริษัท  จดทะเบียนตั้งบริษัท  ทำบัญชีบริษัท  รับทำบัญชีนนทบุรี  รับทำบัญชีกรุงเทพ รับทำบัญชีสมุทรปราการ รับทำบัญชีปทุมธานี รับทำบัญชีผลิตสินค้า รับทำบัญชีซื้อมาขายไป รับทำบัญชีค้าปลีกค้าส่ง รับทำบัญชีนำเข้าส่งออก  รับทำบัญชีdropship รับทำบัญชีร้านค้าออนไลน์ shopee Lazada Facebook  รับทำบัญชีคลินิกเสริมความงาม รับทำบัญชีร้านอาหารภัตตาคาร รับทำบัญชีธุรกิจท่องเที่ยวนำเที่ยว  รับทำบัญชีรับเหมาก่อสร้าง  รับทำบัญชีพัฒนาอสังหาริมทรัพย์  รับทำบัญชีให้เช่าอสังหาริมทรัพย์  รับทำบัญชีร้านทอง  รับทำบัญชีซื้อมาขายไป  รับทำบัญชีธุรกิจพัฒนาและโปรแกรมเว็บไซต์

Leave a comment